โรงเรียนวัดเขานางเภา

หมู่ที่ 1 บ้านกรูด ตำบลกรูด อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-452381

โรคหวัด ไวรัสหลายชนิดสามารถทำให้เกิดโรคหวัดได้

โรคหวัด ความหนาวเย็นอยู่ได้นานแค่ไหน โรคนี้มักเกี่ยวข้องกับช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว แต่ก็มักเกิดโรคในฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และอุณหภูมิช่วยลดภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อ ว่ากันว่า เป็นหวัดที่รักษาได้หนึ่งสัปดาห์ และไม่รักษาคงอยู่ 7 วัน มีความจริงอยู่ในนั้นมากแค่ไหน โรคหวัด คือชุดของอาการที่มาพร้อมกับการ ติดเชื้อไวรัสในช่องจมูกและไซนัสอักเสบ อันเป็นผลมาจากการติดเชื้อนี้

การอักเสบของเยื่อบุจมูก คอหอย และไซนัส paranasal เกิดขึ้น ไวรัสหลายชนิดสามารถทำให้เกิดโรคหวัดได้ อาจมีสาเหตุจากเชื้อโรคต่างๆกว่า 200 ชนิด ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดคือไรโนไวรัสหรือโคโรนาไวรัสที่น้อยกว่าปกติ เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน คุณลักษณะเฉพาะของพวกมัน คือความจริงที่ว่าพวกมันถูกปิดใช้งานที่ pH ต่ำเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 34 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิเดียวกับที่เกิดขึ้นภายในโพรงจมูก

โรคหวัด

ที่น่าสนใจคือการติดเชื้อไรโนไวรัสส่วนใหญ่ไม่มีอาการ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้ออาจทำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังแย่ลงได้ เช่น โรคหอบหืด โรคซิสติก ไฟโบรซิส หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง นอกจากนี้ การติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสกลุ่มนี้อาจทำให้การป้องกันของเยื่อเมือกอ่อนแอลง และทำให้ผู้ป่วยมีความไวต่อการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น การพัฒนาของอาการหวัดมักจะเกิดขึ้นภายใน 3 วัน หลังจากการติดเชื้อ และผู้ป่วยอาจติดต่อได้ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากอาการแรกปรากฏขึ้น

คำตอบของคำถาม: ไข้หวัดสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน ไม่ชัดเจน ความจริงที่ว่าโรคนี้สามารถจำกัดตัวเองได้และมักใช้เวลาถึง 10 วัน หลังจากเริ่มมีอาการ นอกจากนี้ หลังจากที่อาการส่วนใหญ่หายไป ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไอแห้งๆ หลังการติดเชื้อ บางครั้งอาจใช้เวลานานถึง 3 สัปดาห์ หลังจากการติดเชื้อหาย ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส เชื้อโรคแพร่กระจายจากผู้ป่วยโดยละอองไม่ว่าจะโดยการสัมผัสโดยตรงหรือโดยการกลืนกิน

ส่วนใหญ่แล้วหลังจากเจาะร่างกายแล้วจะเข้าสู่เซลล์เยื่อบุผิวของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ที่นั่นไวรัสทวีคูณพร้อมกับการพัฒนาของรัฐที่ถูกน้ำท่วม การอักเสบทำให้หลอดเลือดของเยื่อบุผิวขยาย และการหลั่งของต่อมในเยื่อเมือกเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับระดับของการพัฒนา มีอาการบวม การผลิตสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้น และบางครั้งถึงกับสร้างความเสียหายให้กับเยื่อเมือก เนื่องจากจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดหวัด หลังจากเข้าสู่ร่างกาย

โจมตีเยื่อเมือกของระบบทางเดินหายใจส่วนบน สภาพดี และกิจกรรมของระบบภูมิคุ้มกันภายในนั้นมีความสำคัญ ปฏิกิริยาป้องกันที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันการเกิดหวัดได้ ลักษณะที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งของเยื่อเมือกของระบบทางเดินหายใจคือปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ในบางคน เยื่อเมือกที่อยู่ในโพรงจมูกทำงานผิดปกติเมื่อสัมผัสกับอากาศเย็น ส่งผลให้มีอาการน้ำมูกไหล หลังจากออกไปสูดอากาศเย็นแล้ว

คุณอาจรู้สึกแสบร้อนภายในโพรงจมูก มีน้ำมูกไหล และเยื่อเมือกอุดตัน หน้าที่หลักของจมูกคือการให้ความชุ่มชื้น และให้ความร้อนแก่อากาศที่หายใจเข้า และเพื่อทำความสะอาดล่วงหน้า ในกระบวนการนี้ เยื่อบุจมูกจะสูญเสียความร้อนและลดความชุ่มชื้น ดังนั้นการสัมผัสกับความแตกต่างของอุณหภูมิที่สูงบ่อยครั้ง จึงส่งผลต่อสภาพของโครงสร้างนี้และทำให้ความต้านทานตามธรรมชาติลดลง การใช้ยา vasoconstrictor ทางจมูกมากเกินไป

สเปรย์ฉีดจมูกเฉพาะที่ อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน การใช้สารเหล่านี้นานเกินไปไม่เพียงแต่จะส่งผลให้เกิดโรคจมูกอักเสบจากยาเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อเยื่อเมือกด้วย ซึ่งส่งผลให้เกราะป้องกันตามธรรมชาติของเราลดลง การติดยาหยอดจมูกอาจเป็นอันตรายได้ อาการหวัดมักเริ่มด้วย อาการไม่สบาย อ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดศีรษะ สำหรับคนจำนวนมาก การเกาหรือเจ็บคออาจเป็นอาการแรกที่คุณรู้สึกได้ ก่อนที่ความอ่อนแอจะปรากฏขึ้นในภายหลัง

อาการเจ็บคอเป็นผลมาจากการอักเสบ คอหอยอาจเป็นสีแดง และบางครั้งอาจมีก้อนเนื้อปรากฏขึ้นที่ด้านหลังลำคอ เมื่อเป็นหวัดอาจมีไข้และหนาวสั่นเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะคงอยู่เพียง 2 ถึง 3 วัน ของระยะรุนแรงที่สุดของการติดเชื้อ อาการหวัดที่พบบ่อยคือน้ำมูกไหลและไอ อาการน้ำมูกไหลมักจะเป็นน้ำ และมีน้ำมูกไหลในช่วงเริ่มต้นของการติดเชื้อ ซึ่งจะข้นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และทำให้จมูกอุดตัน และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

ในทางกลับกัน อาการไอมักจะแห้งในช่วงเริ่มต้นของการติดเชื้อ และเมื่อเวลาผ่านไปจะมีอาการเปียกและมีประสิทธิผล สารคัดหลั่งจากปอดจะไอออกมา ชนิดของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคนั้น ไม่สามารถระบุได้จากอาการของโรคหวัด ไม่มีการรักษาที่แท้จริงสำหรับโรคหวัด สารเตรียมที่ใช้เป็นเพียงอาการเท่านั้น มีการเตรียมการต่างๆมากมายในร้านขายยาที่สามารถระงับความเจ็บป่วยทั้งหมดที่เกิด ขึ้นกับโรคหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยาน้ำมูกไหลมาในรูปแบบของยาเม็ดและยาพ่นจมูก สารละลายเกลือทะเลในรูปแบบของสเปรย์ฉีดจมูก ก็มีประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากสามารถใช้ได้ทั้งเพื่อสุขอนามัยของจมูกและในระดับความเข้มข้นที่สูงขึ้น เพื่อยับยั้งอาการน้ำมูกไหลสารละลายเกลือทะเลสามารถใช้ได้นานขึ้น โดยไม่เสี่ยงต่อการทำลายเยื่อบุจมูก พวกมันจะไม่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหลเด้งกลับ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ยา vasoconstrictor หยดในเยื่อบุจมูกเป็นเวลานานเกินไป

สำหรับการเตรียมการไอนั้น มีลักษณะเฉพาะแยกต่างหากสำหรับอาการไอเปียกและไอแห้ง มีจำหน่ายในรูปเม็ดหรือน้ำเชื่อมและเป็นเม็ดฟู่ให้ละลายในน้ำ บ่อยครั้งที่สารที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอาการน้ำมูกไหล และไอจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับยาลดไข้ คุณสามารถซื้อสารที่ซับซ้อนดังกล่าวในรูปแบบของยาเม็ด และซองเพื่อละลายในน้ำอุ่น เมื่อเลือกยาแก้ไอ ให้ตรวจสอบว่าคุณกำลังรับมือกับยาประเภทใด แบบแห้งหรือแบบเปียก

ในการรักษาอาการไอเปียก ยาจะใช้เพื่อทำให้สารคัดหลั่งที่ตกค้างบางลง และอำนวยความสะดวกในการขับเสมหะ แนะนำให้เตรียมการประเภทนี้ส่วนใหญ่ในตอนเช้าหรือตอนเที่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขับเสมหะ และไอตอนกลางคืนมากเกินไป ในทางกลับกันผลิตภัณฑ์แก้ไอแห้งถูกออกแบบมา เพื่อระงับการสะท้อนไอและสามารถใช้ได้แม้กระทั่งก่อนนอน ในทางกลับกัน การใช้ยาแก้ไออาจส่งผลให้มีสารคัดหลั่งมากเกินไปหรือระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ

และสิ่งนี้แปลโดยตรงเป็นการยืดอายุอาการของโรคหวัด แก้ไขบ้านสำหรับโรคหวัด นอกจากนี้ ยังมีการเยียวยาที่บ้านมากมายสำหรับการบรรเทาอาการหวัดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคุณ ได้แก่ ดื่มชากับน้ำผึ้งและขิง หรือใช้หัวหอมโฮมเมดแบบคลาสสิก และน้ำเชื่อมน้ำผึ้งในสภาวะอ่อนแอ สิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำ โรคหวัดเกิดจากไวรัส ส่วนใหญ่เป็นไรโนไวรัส ความหนาวเย็นอยู่ได้นานแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณรักษาอย่างไร

เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ ได้รับการรักษาตามอาการเป็นหลัก ไม่ใช่สาเหตุ อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี การใช้ยาและการเตรียมการตามธรรมชาติสำหรับอาการไอ น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอ จะช่วยปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดี และทำให้คุณมีพละกำลังได้เร็วขึ้น องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการรักษา คือการดื่มน้ำมากๆและพักผ่อน โรคหวัดสามารถอยู่ได้ทุกที่ตั้งแต่ 10 ถึง 21 วัน มากขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมของคุณ

อ่านต่อได้ที่ เยื่อบุตาอักเสบ สาเหตุของโรคเยื่อบุตาอักเสบ และวิธีการรักษา